
ตำรวจมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน การบริหารงานตำรวจแนวใหม่ได้เริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยมีรายละเอียดดังนี้
|
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ( พ.ศ.๒๓๙๔-พ.ศ.๒๔๑๑) รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ นับเป็นยุค แห่งการปฏิรูป กิจการตำรวจ ทั้งนี้เพราะสืบเนื่องมาจาก การแผ่อิทธิพลของชาติตะวันตก ในการแสวงหาอาณานิคม ปัญหาด้าน สิทธิสภาพนอกอาณาเขต และปัญหาอาชญากรรมทวีมากขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของข้าหลวง กองจับ สังกัดกรมเมืองซึ่งมีไม่เพียงพอ ในปี ร.ศ.๗๙ (พ.ศ.๒๔๐๓) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว จึงทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ กัปตัน เอส.เย.เบิร์ด เอมส์ ( Captain Sammual Joseph Bird Ames) ชาวอังกฤษ เข้ารับราชการ เป็นผู้จัดตั้งกองโปลิศ ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศสยาม มีหน้าที่ รักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ แทนข้าหลวงกองจับและกอง ตระเวนซ้ายขวา กองโปลิส ใช้การจ้างพวกแขกมะลายูและแขกอินเดีย มาเป็นตำรวจเรียกกองตำรวจนี้ว่า “กองโปลิศคอนสเตเบิ้ล” ครั้งแรกตั้งอยู่ที่โรงกะทะและบ้านอำเภอ(ปัจจุบันคือที่ตั้งเขตสัมพันธวงศ์) ต่อมากิจการกองโปลิสได้ เจริญขึ้น และขยายไปตั้งที่สามแยกต้นประดู่ เรียกว่า โรงพักโปลิศสามแยก (ซากั๊กโล่ว) ปัญหาที่เป็นอุปสรรค ในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจอย่างมากคือ ปัญหาด้านสิทธิสภาพ นอกอาณาเขต คือ ผู้กระทำผิดที่เป็น บุคคลสัญชาติอื่น จะพิจารณา คดีในศาลกงศุล ไม่ต้องขึ้นศาลไทย อาชญากรส่วนใหญ่เป็นพวกอั้งยี่ (กรรมกรชาวจีน) ซึ่งต้องใช้เวลาในการปราบปรามพวกอั้งยี่เป็นเวลา นาน หลายปี กฎหมายที่ใช้ในการ พิจารณาตัดสินคดี เป็นกฎหมายท ี่ใช้มาแต่อดีต คือ กฎหมายตรา ๓ ดวง (คชสีห์ ราชสีห์ บัวแก้ว) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระอุตสาหะพากเพียรใน การรักษาความเป็นปกติสุข และความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง (ปรากฏในจดหมายเหตุของบาทหลวง แซมมูเอล เย สมิธ)
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระ มหากรุณาธิคุณต่อการ ปรับปรุงพัฒนากิจการตำรวจของประเทศไทย ต่อเนื่องจากรัชกาลที่ ๔ โดยในปี ร.ศ.๙๐ (พ.ศ.๒๔๑๔) ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้ กัปตัน เอส.เย.เบิร์ด เอมส์ ( Captain Sammual Joseph Bird Ames) เป็นหลวงรัฐยาธิบาลบัญชา มีอำนาจเต็ม ในการบังคับบัญชาโปลิศทั้งปวง ในปี ร.ศ.๙๔ (พ.ศ.๒๔๑๘) ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้วางธรรมเนียมในการปฏิบัติ หน้าที่ของโปลิศ และกำหนด ข้อบังคับ ตลอดจนการรับสมัครบุคคลเข้าเป็นโปลิศ ตราเป็นกฎหมายขึ้น เรียกว่า “กฎหมายโปลิศรักษาพระนคร ๕๓ ข้อ” ครอบคลุมหน้าที่ในการ รักษาพระนครและนอกพระนคร และการ พิจารณาชำระคดี ร.ศ.๑๑๑ (พ.ศ.๒๔๓๕) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าน้องยาเธอกรม หมื่น ดำรง ราชานุภาพ เป็นเสนาบดีกระทรวงมหาด ไทย มีอำนาจเต็มในการ รับผิดชอบกิจการต่าง ๆ ในกองโปลิศ ในปีเดียวกันทรงพระกรุณาโปรด เกล้าฯ ให้ตั้งศาลกรมกองตระเวนขึ้น และเปลี่ยนชื่อเรียกกองโปลิศ เป็น “กรมกองตระเวน” ร.ศ.๑๑๖ (พ.ศ.๒๔๔๐) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ตราพระราชบัญญัติว่าด้วย หน้าที่ ราชการที่เกี่ยวข้องระหว่าง กระทรวง นครบาลและกระทรวงยุติธรรม ปีเดียวกันทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “กองตำรวจภูธร” ขึ้นในหัวเมืองมณฑลต่าง ๆ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ตั้ง ร.อ.ยี.เชา (G.- Shau) ชาวเดนมาร์ค) ให้เป็นเจ้ากรมกอง ตระเวน ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น หลวงศัลวิธานนิเทศ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อกิจการตำรวจอย่างมาก กองตำรวจภูธรได้ขยาย ไป ยังมณฑล ต่าง ๆ ระหว่าง พ.ศ.๒๔๔๐- ๒๔๕๑ รวม ๑๐ มณฑล ร.ศ.๑๒๐ (พ.ศ.๒๔๔๔) ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง “โรงเรียน นายร้อยตำรวจภูธร” ขึ้นที่นครราชสีมา ซึ่งนับเป็นสถานศึกษาวิชาการ ตำรวจแห่งแรกของชาติ ทำหน้าที่ ผลิตนายตำรวจภูธร ออกรับราชการ ตามกองตำรวจภูธรมณฑลต่าง ๆ กองตำรวจภูธรขณะนั้นมีกำลังพลราว ๘,๐๐๐ นาย พ.ศ.๒๔๔๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานที่ดิน ในการย้ายโรงเรียน นายร้อยตำรวจ ภูธร ไปตั้งที่ตำบลห้วยจรเข้ จังหวัด นครปฐม โดยการ กราบบังคมทูลของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระ ยาดำรง ราชา นุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย โรงเรียนนายร้อย ตำรวจตั้งอยู่ที่ ห้วยจรเข้ จนตลอด รัชกาลที่ ๕ คือ จนถึงปี พ.ศ.๒๔๕๘ จึงได้ย้าย ไปรวมกับโรงเรียนนายหมวด ที่คลองไผ่สิงห์โต จังหวัดพระนคร
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖(พ.ศ.๒๔๕๓-พ.ศ.๒๔๖๘)
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ( พ.ศ.๒๔๖๘-พ.ศ.๒๔๗๗) การพัฒนาและปรับปรุงกิจการตำรวจของไทย ในสมัยรัชกาลที่ ๗ ซึ่งถือเป็นยุคสมัย ประชาธิปไตย และอยู่ในช่วงเวลาการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ที่สำคัญมีดังนี้
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ ( พ.ศ.๒๔๗๗-พ.ศ.๒๔๘๙) การพัฒนาและปรับปรุงกิจการตำรวจของไทย ในสมัยรัชกาลที่ ๘ ซึ่งอยู่ในช่วงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีการปรับปรุงกิจการตำรวจที่สำคัญดังนี้ พ.ศ.๒๔๗๘ ได้โอนโรงเรียนนายร้อยตำรวจที่ตำบลห้วยจรเข้ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ไปรวมกับโรงเรียนนายร้อยทหารบก ที่กรมยุทธศึกษาทหารบก ถนนราชดำเนินกรุงเทพมหานคร เรียก นักเรียนนายร้อยตำรวจว่า “นักเรียนนายร้อยทหารบกฝ่ายตำรวจ” (เริ่มดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๗๕ โดยปรับระดับฐานะหน่วยงานโรงเรียนนายร้อยตำรวจจากระดับกองบังคับการเป็นกองกำกับการ) ความ มุ่งหมายของคณะรัฐบาลโดย จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.หลวงอดุลเดชจรัส อธิบดีกรมตำรวจ เพื่อให้นักเรียนนายร้อยตำรวจ และนักเรียนนายร้อยทหารบกได้ศึกษาร่วมกัน เพื่อจะ ได้เกิดความร่วมมือในการปฏิบัติราชการเมื่อสำเร็จการศึกษา พ.ศ.๒๔๘๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตราพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการสำนักงาน และกรมในกระทรวงมหาดไทย ให้มีกองตรวจประจำกองบังคับการตำรวจนครบาลทุกกองบังคับการ ในปี เดียวกันประกาศตั้งกองตำรวจเทศบาลขึ้น มี พ.ต.ท.หลวงชาติตระการโกศล เป็นผู้กำกับการ มีแผนก จราจรขึ้นอยู่กับกองตำรวจเทศบาล (กองตำรวจเทศบาลยกเลิกเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๑) ที่มา - www.pca.ac.th |

We have 6 guests and no members online