คะแนน:  / 1
แย่ที่สุดดีที่สุด 
Written by Copthailand จ๊ะ Category: เกี่ยวกับตำรวจ
Published on 08 July 2011 Hits: 1167
Print

police002.jpg

 

  ตำรวจมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน การบริหารงานตำรวจแนวใหม่ได้เริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

 

 

 


king4.jpg

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ( พ.ศ.๒๓๙๔-พ.ศ.๒๔๑๑)

              รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ นับเป็นยุค แห่งการปฏิรูป กิจการตำรวจ ทั้งนี้เพราะสืบเนื่องมาจาก การแผ่อิทธิพลของชาติตะวันตก ในการแสวงหาอาณานิคม ปัญหาด้าน สิทธิสภาพนอกอาณาเขต และปัญหาอาชญากรรมทวีมากขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของข้าหลวง กองจับ สังกัดกรมเมืองซึ่งมีไม่เพียงพอ ในปี ร.ศ.๗๙ (พ.ศ.๒๔๐๓) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว จึงทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ กัปตัน เอส.เย.เบิร์ด เอมส์ ( Captain Sammual Joseph Bird Ames) ชาวอังกฤษ เข้ารับราชการ เป็นผู้จัดตั้งกองโปลิศ ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศสยาม มีหน้าที่ รักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ แทนข้าหลวงกองจับและกอง ตระเวนซ้ายขวา กองโปลิส ใช้การจ้างพวกแขกมะลายูและแขกอินเดีย มาเป็นตำรวจเรียกกองตำรวจนี้ว่า “กองโปลิศคอนสเตเบิ้ล” ครั้งแรกตั้งอยู่ที่โรงกะทะและบ้านอำเภอ(ปัจจุบันคือที่ตั้งเขตสัมพันธวงศ์) ต่อมากิจการกองโปลิสได้ เจริญขึ้น และขยายไปตั้งที่สามแยกต้นประดู่ เรียกว่า โรงพักโปลิศสามแยก (ซากั๊กโล่ว) ปัญหาที่เป็นอุปสรรค ในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจอย่างมากคือ ปัญหาด้านสิทธิสภาพ นอกอาณาเขต คือ ผู้กระทำผิดที่เป็น บุคคลสัญชาติอื่น จะพิจารณา คดีในศาลกงศุล ไม่ต้องขึ้นศาลไทย อาชญากรส่วนใหญ่เป็นพวกอั้งยี่ (กรรมกรชาวจีน) ซึ่งต้องใช้เวลาในการปราบปรามพวกอั้งยี่เป็นเวลา นาน หลายปี กฎหมายที่ใช้ในการ พิจารณาตัดสินคดี เป็นกฎหมายท ี่ใช้มาแต่อดีต คือ กฎหมายตรา ๓ ดวง (คชสีห์ ราชสีห์ บัวแก้ว) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระอุตสาหะพากเพียรใน การรักษาความเป็นปกติสุข และความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง (ปรากฏในจดหมายเหตุของบาทหลวง แซมมูเอล เย สมิธ) 

king5.jpg

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ (พ.ศ.๒๔๑๑-พ.ศ.๒๔๕๓)

               พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระ มหากรุณาธิคุณต่อการ ปรับปรุงพัฒนากิจการตำรวจของประเทศไทย ต่อเนื่องจากรัชกาลที่ ๔ โดยในปี ร.ศ.๙๐ (พ.ศ.๒๔๑๔) ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้ กัปตัน เอส.เย.เบิร์ด เอมส์ ( Captain  Sammual Joseph Bird Ames) เป็นหลวงรัฐยาธิบาลบัญชา มีอำนาจเต็ม ในการบังคับบัญชาโปลิศทั้งปวง ในปี ร.ศ.๙๔ (พ.ศ.๒๔๑๘) ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้วางธรรมเนียมในการปฏิบัติ หน้าที่ของโปลิศ และกำหนด ข้อบังคับ ตลอดจนการรับสมัครบุคคลเข้าเป็นโปลิศ ตราเป็นกฎหมายขึ้น เรียกว่า “กฎหมายโปลิศรักษาพระนคร ๕๓ ข้อ” ครอบคลุมหน้าที่ในการ รักษาพระนครและนอกพระนคร และการ พิจารณาชำระคดี ร.ศ.๑๑๑ (พ.ศ.๒๔๓๕) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าน้องยาเธอกรม หมื่น ดำรง ราชานุภาพ เป็นเสนาบดีกระทรวงมหาด ไทย มีอำนาจเต็มในการ รับผิดชอบกิจการต่าง ๆ ในกองโปลิศ ในปีเดียวกันทรงพระกรุณาโปรด เกล้าฯ ให้ตั้งศาลกรมกองตระเวนขึ้น และเปลี่ยนชื่อเรียกกองโปลิศ เป็น “กรมกองตระเวน” ร.ศ.๑๑๖ (พ.ศ.๒๔๔๐) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ตราพระราชบัญญัติว่าด้วย หน้าที่ ราชการที่เกี่ยวข้องระหว่าง กระทรวง นครบาลและกระทรวงยุติธรรม ปีเดียวกันทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “กองตำรวจภูธร” ขึ้นในหัวเมืองมณฑลต่าง ๆ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ตั้ง ร.อ.ยี.เชา (G.- Shau) ชาวเดนมาร์ค) ให้เป็นเจ้ากรมกอง ตระเวน ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น หลวงศัลวิธานนิเทศ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อกิจการตำรวจอย่างมาก กองตำรวจภูธรได้ขยาย ไป ยังมณฑล ต่าง ๆ ระหว่าง พ.ศ.๒๔๔๐- ๒๔๕๑ รวม ๑๐ มณฑล ร.ศ.๑๒๐ (พ.ศ.๒๔๔๔) ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง “โรงเรียน นายร้อยตำรวจภูธร” ขึ้นที่นครราชสีมา ซึ่งนับเป็นสถานศึกษาวิชาการ ตำรวจแห่งแรกของชาติ ทำหน้าที่ ผลิตนายตำรวจภูธร ออกรับราชการ ตามกองตำรวจภูธรมณฑลต่าง ๆ กองตำรวจภูธรขณะนั้นมีกำลังพลราว ๘,๐๐๐ นาย พ.ศ.๒๔๔๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานที่ดิน   ในการย้ายโรงเรียน นายร้อยตำรวจ ภูธร ไปตั้งที่ตำบลห้วยจรเข้ จังหวัด นครปฐม โดยการ กราบบังคมทูลของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระ ยาดำรง ราชา นุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย โรงเรียนนายร้อย ตำรวจตั้งอยู่ที่ ห้วยจรเข้ จนตลอด รัชกาลที่ ๕ คือ จนถึงปี พ.ศ.๒๔๕๘ จึงได้ย้าย ไปรวมกับโรงเรียนนายหมวด ที่คลองไผ่สิงห์โต จังหวัดพระนคร

king6.jpg

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖(พ.ศ.๒๔๕๓-พ.ศ.๒๔๖๘)

                การพัฒนาและปรับปรุงกิจการตำรวจของไทยอย่างสมัยใหม่ ที่สืบเนื่องมาจากรัชกาล ที่ ๕ ในรัชกาลที่ ๖ ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงหน่วยงานและระบบการบริหารงานตำรวจ ในหลายด้าน ที่สำคัญได้แก่ พ.ศ.๒๔๕๔ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ กำหนดตำแหน่งข้าราชการกระทรวงนครบาลกรมกองตระเวน, ทรงโปรดเกล้าฯให้ชาวอังกฤษ ๓ นายเข้าดำรงตำแหน่งในกรมกองตระเวน ได้แก่ มิสเตอร์ อีริค เซ็นต์ เย ลอสัน เป็นผู้บังคับการกรมกองตระเวน, มิสเตอร์ อี.ดับบลิว.ตรอตเตอร์ เป็นรอง ผู้บังคับการ และมิสเตอร์ อาร์.ซี.ไวติง เป็นเจ้ากรมกองตระเวนชั้นใน พ.ศ.๒๔๕๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระยาวาสุเทพ หรือหลวงศัลวิธานนิเทศ (G.Shau) เจ้ากรมกองตระเวน เป็นอธิบดีกรมตำรวจภูธร นับเป็นอธิบดี กรมตำรวจภูธรคนแรกพ.ศ.๒๔๕๘ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวม กรมกองตระเวน และกรมตำรวจภูธร เป็น กรมเดียวกัน โดยมีประกาศ พระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๘ และได้ถือวันนี้เป็น “วันตำรวจ” ตลอดมาจนปัจจุบัน
                เปลี่ยนการ เรียกชื่อ ยศข้าราชการตำรวจ ที่มียศรองอำมาตย์ อำมาตย์ และมหาอำมาตย์ เป็นยศนายร้อยตำรวจ นายพันตำรวจ และนายพลตำรวจ ตามลำดับเปลี่ยนการเรียก ชื่อโรงพัก เป็นสถานีตำรวจ ในปีเดียวกัน ทรงโปรดเกล้าฯให้  พลโท พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ เป็นอธิบดีกรมตำรวจภูธร ในปีเดียวกันนี้ได้รวม โรงเรียนนายร้อยตำรวจภูธร และโรงเรียนนายหมวด เข้าด้วยกัน และเรียกชื่อใหม่ว่า “โรงเรียนนายร้อยตำรวจ” พ.ศ.๒๔๖๔ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จากโรงเรียนนายหมวด ที่คลอง- ไผ่สิงห์โต จังหวัดพระนคร กลับไปตั้งที่ ตำบลห้วยจรเข้ นครปฐม อีกครั้งหนึ่ง และตั้งอยู่จนถึงพ.ศ. ๒๔๗๖ (รัชกาลที่ ๗) ก็ได้ย้ายไปรวมกับโรงเรียนนายร้อยทหารบกที่ถนนราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร พ.ศ.๒๔๖๕ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้รวมกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงนครบาลเป็นกระทรวง เดียวกัน เรียกว่า“กระทรวงมหาดไทย” และกรมตำรวจภูธรสังกัดอยู่ในกระทรวงมหาดไทย  ส่วนชื่อ กรมตำรวจนั้นมีประกาศพระบรมราชโองการเปลี่ยนมาโดยลำดับจนกระทั่ง พ.ศ.๒๔๗๕ (รัชกาลที่ ๗) จึง เรียกชื่อว่า “กรมตำรวจ”

king7.jpg

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ( พ.ศ.๒๔๖๘-พ.ศ.๒๔๗๗)

                  การพัฒนาและปรับปรุงกิจการตำรวจของไทย ในสมัยรัชกาลที่ ๗ ซึ่งถือเป็นยุคสมัย ประชาธิปไตย และอยู่ในช่วงเวลาการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ที่สำคัญมีดังนี้
        พ.ศ.๒๔๗๐ มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ตั้งกรมตรวจคนเข้าเมือง ให้ พ.ต.อ.พระยาวิชัยประชาบาล (บุญโกย เอโกมล) เป็นเจ้ากรมตรวจคนเข้าเมืองคนแรก 
        พ.ศ.๒๔๗๑ มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ตั้งกองตรวจภูธรกลางให้ พ.ต.อ.พระยาธรณีนฤเบศน์ เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรกลางคนแรก
         พ.ศ.๒๔๗๕ ได้มีประกาศจัดวางโครงการกรมตำรวจ ลงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๗๕
(ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔๙ วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๗๕ หน้า ๔๙๒) จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศด้วยความแนะนำของสภาผู้แทนราษฎร โดยให้เปลี่ยนชื่อ “กรมตำรวจภูธร” เป็น “กรมตำรวจ” อธิบดีกรมตำรวจคนแรก คือ พ.ต.อ.พระยาบุเรศผดุงกิจ (รวย พรหมโมบล) แบ่งส่วนราชการเป็น ๔ ส่วน คือ ส่วนที่ ๑ กองบังคับการ, ส่วนที่ ๒ ตำรวจนครบาล, ส่วนที่ ๓ ตำรวจภูธร และ
ส่วนที่ ๔ ตำรวจสันติบาล
         พ.ศ.๒๔๗๖ หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้มีการเปลี่ยนแปลงการบริหารงานภายใน กรมตำรวจหลายประการ ในระหว่างปี พ.ศ.๒๔๗๖-๒๔๗๘ ได้โอนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ที่ห้วยจรเข้ จังหวัดนครปฐม ไปรวมกับโรงเรียนนายร้อยทหารบกที่กรมยุทธศึกษาทหารบก ถนนราชดำเนิน กรุงเทพ-มหานคร และในปี พ.ศ.๒๔๗๗ รัชกาลที่ ๗ ทรงสละราชสมบัติ

king8.jpg

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ ( พ.ศ.๒๔๗๗-พ.ศ.๒๔๘๙)

                 การพัฒนาและปรับปรุงกิจการตำรวจของไทย ในสมัยรัชกาลที่ ๘ ซึ่งอยู่ในช่วงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีการปรับปรุงกิจการตำรวจที่สำคัญดังนี้ พ.ศ.๒๔๗๘ ได้โอนโรงเรียนนายร้อยตำรวจที่ตำบลห้วยจรเข้ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ไปรวมกับโรงเรียนนายร้อยทหารบก ที่กรมยุทธศึกษาทหารบก ถนนราชดำเนินกรุงเทพมหานคร เรียก นักเรียนนายร้อยตำรวจว่า “นักเรียนนายร้อยทหารบกฝ่ายตำรวจ” (เริ่มดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๗๕ โดยปรับระดับฐานะหน่วยงานโรงเรียนนายร้อยตำรวจจากระดับกองบังคับการเป็นกองกำกับการ) ความ มุ่งหมายของคณะรัฐบาลโดย จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.หลวงอดุลเดชจรัส อธิบดีกรมตำรวจ เพื่อให้นักเรียนนายร้อยตำรวจ และนักเรียนนายร้อยทหารบกได้ศึกษาร่วมกัน เพื่อจะ ได้เกิดความร่วมมือในการปฏิบัติราชการเมื่อสำเร็จการศึกษา พ.ศ.๒๔๘๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตราพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการสำนักงาน และกรมในกระทรวงมหาดไทย ให้มีกองตรวจประจำกองบังคับการตำรวจนครบาลทุกกองบังคับการ ในปี เดียวกันประกาศตั้งกองตำรวจเทศบาลขึ้น มี พ.ต.ท.หลวงชาติตระการโกศล เป็นผู้กำกับการ มีแผนก จราจรขึ้นอยู่กับกองตำรวจเทศบาล (กองตำรวจเทศบาลยกเลิกเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๑) 
                 พ.ศ.๒๔๘๑ ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการสำนักงานและกรมในกระทรวง มหาดไทย ยุบกองบังคับการตำรวจนครบาลเหนือ ใต้ และธนบุรี ให้มีผู้บังคับการตำรวจนครบาลตำแหน่ง เดียว พ.ศ.๒๔๘๖ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการสำนักงานและกรมในกระทรวง มหาดไทย เพิ่มแผนกตำรวจสรรพสามิต

ที่มา - www.pca.ac.th


ค้นหาในเว็บไซต์นี้ด้วย Google

Custom Search
QR Code

ถ้าชอบก็กด like (ถูกใจ) ข้างล่างนะจ๊ะ

ออนไลน์ขณะนี้

We have 6 guests and no members online