คะแนน:  / 1
แย่ที่สุดดีที่สุด 
Written by Copthailand จ๊ะ Category: เตือนภัย
Published on 12 July 2011 Hits: 904
Print

creditcard01.jpg 

     "เป็นอะไรไปเพื่อนปื๊ด นั่งทำหน้ายังกะจิ้งจกอกหักเลย" ผมถามเจ้าปื๊ดด้วยความเป็นห่วงอย่างแรง

     "หน้าเป็นยังไงเหรอไอ้ที่ว่าจิ้งจกอกหักนะ อย่าเพิ่งมากวนขาหลังตอนนี้ ยิ่งไม่ค่อยสบายใจอยู่" เจ้าปื๊ดสวนกลับตามประสาคนรักเพื่อน

     "มีเรื่องอะไรนะที่ทำให้เพื่อนปื๊ดไม่สบายใจได้ ไหนลองเล่ามาให้ฟังหน่อยซิ เผื่อเราจะช่วยได้บ้าง"



     "ก็สุดที่รักเรานะซิ มาโวยกับเราใหญ่เลย หาว่าเราซื้อแหวนเพชรให้สาวอื่น แล้วดูหน้าอย่างเราเป็นคนเจ้าชู้ที่ไหน ออกจะรักเดียวใจเดียว ไม่เคยคิดจะนอกใจเลย มีบ้างก็เป็นน้องเป็นนุ้งทั้งนั้น" เจ้าปื๊ดพูดหน้าตาเอาจริงเอาจัง แบบไม่ลืมหลอดมุก

     "แล้วเค้าไปว่าแบบนี้ได้ไงละ ช่วยขยายความหน่อยซิ" ผมถามด้วยความสงสัย

     "ก็เค้าเห็นในรายการค่าใช้จ่ายของบัตรเครดิตนะซิ เกือบสามหมื่นเลยละ เราก็ไม่รู้ว่าเราไปรูดซื้อตอนไหน จะว่าคนมาขโมยไปรูดก็ไม่น่าเป็นไปได้นะ บัตรอยู่ที่เราตลอดเลย"

     "แอบละเมอไปรูดเป็นทุนการศึกษาให้น้อง ๆ คนไหนบ้างรึปล่าว" ผมแซวเจ้าปื๊ดเล่น

     "ทำมาเป็นรู้ทันนะ เรื่องแบบนี้เค้าไม่ทิ้งร่องรอยให้จับได้หรอก อิอิ ว่าแต่ว่ามันจะเกิดขึ้นได้ยังไงบ้าง เราแน่ใจนะว่าเราไม่ได้รูดแน่นอน" เจ้าปื๊ดสวนกลับแบบยังไม่ยอมทิ้งลาย

     "ถ้าจะคุยเรื่องนี้ ต้องคุยกันยาวเลยเพื่อน ว่าแล้วก็ไปเรียกแม่คุณของเพื่อนปื๊ดมาด้วยดีกว่า จะได้ฟังทีเดียว"

     เมื่อทั้งสองคนมานั่งเข้าที่คอยฟังเรียบร้อย ผมก็เริ่มบทศิลาณีประสานใจให้เพื่อนปื๊ดแบบใช้หลักวิชาการเป็นเครื่องมือช่วย แล้วก็เริ่มต้นแก้ตัวให้เพื่อนปื๊ด

     "เคยได้ยินภัยจากบัตรเครดิตกันบ้างป่าว" ผมถามทั้งสองคน

     "เคยเห็นแว็บ ๆ จาก Forword Mail นะ แต่มันไม่ค่อยน่าสนใจเหมือนรูปกะคลิป เลยไม่ได้อ่านเลยเพื่อน" เจ้าปื๊ดรีบตอบอย่างกระตือรือร้น "โอ๊ยๆๆๆ"  เสียงเจ้าปื๊ดร้องลั่นเมื่อโดนลูกหยิกพิฆาตของแม่คุณเข้าอย่างจัง ผมแอบยิ้มเล็กน้อยในความทะเล้นของเพื่อน และความเหมาะสมของคนทั้งคู่ (ต้องแบบนี้ละถึงจะเอาเจ้าปื๊ดอยู่หมัด)

     "เอาละมาเข้าเรื่องเลยดีกว่า ช่วยทำหน้าซีเรียสนิดนึงเพื่อนปื๊ด จะเข้าเรื่องแบบวิชาการแล้ว" ผมแซวเจ้าปื๊ด แต่เมื่อมองหน้าเจ้าปื๊ดแล้วก็อดขำไม่ได้เพราะ พี่แกทำหน้าซีเรียสเคร่งเครียดสุด ๆ แถมยังเจ้ากี้เจ้าการให้คุณเธอตั้งใจฟังผมให้ดี ๆ ด้วย

     "เดี๋ยวนี้ภัยจากบัตรเครดิตมาในหลายรูปแบบ พอจะสรุปแบบที่เข้าใจได้ไม่ยากเป็น 4 วิธีด้วยกัน ก็คือ

วิธีแรก เค้าเรียกว่า การทำ Skimming โดยใช้เครื่อง Skimmer"

     "แล้วกิมมิ่ง กิมเมอร์นี้มันเป็นไงอะ" เจ้าปื๊ดถามแบบทำหน้างง ๆ

     "ใจเย็นเพื่อน เอาแบบเข้าใจง่าย ๆ ก็คือ เวลาที่เราให้พนักงานไปรูดบัตรเพื่อจ่ายเงินซื้อของ เค้าก็จะมีเครื่องรูดอีกเครื่องนึงที่เรียกว่า เครื่อง Skimmer  ไว้รูดเพื่อเก็บข้อมูลของบัตรเราไว้ เพื่อนำไปถ่ายข้อมูลใส่ในบัตรอีกใบนึง แล้วปลอมบัตรให้เหมือนของเราเปี๊ยบ แล้วถึงจะรูดบัตรจ่ายเงินให้เราปกติ ซึ่งวิธีการนี้ต้องมีการรู้เห็นกันระหว่างพนักงานกับเจ้าวายร้ายที่ต้องการปลอมบัตรเครดิตเรา หรือถ้าจะให้ทันสมัยขึ้นมาอีกหน่อยก็จะดักจับข้อมูลเกี่ยวกับบัตรเครดิตที่สายสัญญาณที่เชื่อมระหว่างร้านค้ากับผู้ให้บริการบัตรเลยหละ ซึ่งวิธีการนี้เราจะป้องกันค่อนข้างยากมาก เพราะฉะนั้นเวลาจ่ายด้วยบัตรเครดิต ก็ต้องดูให้ดีพยายามอย่าให้คลาดสายตา แล้วต้องคอยเช็คยอดการใช้บัตรอย่างสม่ำเสมอด้วย เพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด"

     "อืมม พอจะเข้าใจ" เจ้าปื๊ดพยักหน้า  "เข้าใจยังจ๊ะคนสวย" เจ้าปื๊ดหันไปถามแฟนแบบหน้าระรื่น

     "อีกวิธีนึงวิธีที่สอง เป็นวิธีที่เจ้าวายร้ายต้องการเพียงเลขรหัสบัตรเครดิตเรา เพื่อนำไปซื้อของหรือจดชื่อเว็บไซต์ทางอินเตอร์เน็ต (Domain Name) เพราะวิธีการจ่ายเงินผ่านทางอินเตอร์เน็ตต้องการเพียงหมายเลขบัตรเครดิตและวันหมดอายุของบัตรเท่านั้น ซึ่งวิธีการได้มาของเลขรหัสบัตรเครดิตอาจทำได้หลายวิธีเช่น ดูจากใบสลิปบัตรเครดิตของเรา หรือถ้าขยับวิธีขึ้นมาหน่อย ก็จะปลอมเป็นพนักงานของธนาคารแกล้งโทรมาคุยเรื่องต่าง ๆ แล้วหลอกถามเลข 3 ตัวท้ายที่เค้าเรียกว่า "Indent-Printed Account Number" ดังนั้นเราต้องระมัดระวังใบสลิปบัตรเครดิตและเลขรหัสบนบัตรไว้ให้ดี ถ้าเป็นสลิปก็อย่าทิ้งเพ่นพ่าน นำมาทำลายที่บ้านได้ยิ่งดี แล้วในส่วนของธนาคารแล้ว ส่วนใหญ่ธนาคารจะไม่มีนโยบายถามเลขรหัสบัตรหรือข้อมูลบัตรผ่านทางโทรศัพท์แน่นอน"

creditcard02.jpg

ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ thaiall.com

     ผมมองหน้าทั้งคู่นั่งฟังแบบตั้งใจ ก็เลยว่าต่อ

     "เอาละมาดูวิธีที่ 3 เค้าเรียกว่า ฟิชชิ่ง"

     "บัตรเครดิต มันเกี่ยวอะไรกับตกปลาละ" เจ้าปื๊ดรีบถามแย้งแบบงง ๆ

     "ใจร้อนจริง ๆ เพื่อนเรา ไอ้เจ้าฟิชชิ่งที่ว่าเนี้ยะสะกดว่า "Phishing" ออกเสียงคล้าย ๆ กับคำว่า "Fishing" ที่แปลว่าตกปลา วิธีการที่ว่าก็คือ พวกจอมวายร้ายจะทำเว็บไซต์ให้คล้าย ๆ กับเว็บไซต์ของธนาคารหรือเป็นเว็บไซต์สำหรับขายของ เพื่อหลอกให้เรากรอกข้อมูลเกี่ยวกับบัตรเครดิตลงไป แล้วจึงนำข้อมูลดังกล่าวไปทำบัตรปลอมหรือไปใช้ซื้อของทางอินเตอร์เน็ตอีกต่อนึง ซึ่งวิธีการนี้อาจมาในรูปของอีเมลล์ด่วนจากทางธนาคาร เมื่อเรากดตามลิงค์ที่ให้มาก็จะไปเจอหน้าเว็บไซต์คล้ายกับของธนาคารมาก ด้วยความไม่เฉลียวใจเราเลยให้ข้อมูลเค้าทุกอย่างเลย เพราะฉะนั้น เวลาซื้อของทางอินเตอร์เน็ตต้องดูให้ดีว่าเว็บไซต์ที่ว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน หรือถ้ามีอิเมลล์มาจากธนาคารก็ให้เราติดต่อตรงกับทางธนาคารเลยดีกว่า อย่าเผลอไปให้เค้าหลอกได้"

     "ส่วนวิธีสุดท้ายนี้ต้องใช้พวกมือโปรที่จะเข้าไปขโมยข้อมูลบัตรเครดิตจากธนาคาร หรือจากเว็บไซต์ที่เราเข้าไปซื้อของ ซึ่งทางธนาคารหรือเจ้าของเว็บไซต์ต้องพึงระวังเอาไว้มาก ๆ"

     "เป็นไงบ้างพอจะเข้าใจกันบ้างรึป่าว" ผมถามทั้งสองคนเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ

     "อืมม เราต้องโดนตอนรูดการ์ดซื้อของแน่เลย ต่อไปต้องระวังให้มาก ๆ แล้วละ" เจ้าปื๊ดพูดแล้วหันไปทางสุดที่รัก "เห็นไหมว่าปื๊ดหนะเป็นคนรักเดียวใจเดียว ไม่เคยเจ้าชู้เลย" เจ้าปื๊ดพูดแบบน่าระรื่น ผมเห็นเธอแอบค้อนเจ้าปื๊ดเล็ก ๆ

     เมื่อเคลียร์ปัญหาให้เพื่อนได้แล้ว ผมก็อิ่มท้องฟรีไปหนึ่งมื้อ แล้วก็ขอตัวกลับบ้านเพื่อไปพักผ่อนให้สบายอารมณ์ เจ้าปื๊ดเดินมาส่งผมที่หน้าบ้าน

     "ขอบคุณมากเลยเพื่อน ที่ช่วยให้เรารอดตายมาได้ ต่อไปเราต้องระวังมาก ๆ แล้วละ แต่นึกไปนึกมาในวิกฤตก็มีโอกาสอยู่เสมอจริง ๆ ไว้ต่อไปเวลาแอบไปรูดการ์ดซื้อของให้น้อง ๆ ทั้งหลายจะได้มีข้ออ้างได้ว่า เราโดนขโมยใช้บัตรเครดิต อิอิ" เจ้าปื๊ดทำหน้าทะเล้น ผมก็อดขำไม่ได้ในความทะเล้นของเพื่อน ก็ได้แต่ภาวนาว่า ถ้ามีครั้งต่อไปก็ให้เพื่อนปื๊ดอยู่รอดปลอดภัยนะเพื่อน

ที่มา: เขียนลงในนิตยสาร eXray Magazine ไว้นานแล้วเหมือนกันนะ แต่ก็ยังใช้ได้อยู่




ค้นหาในเว็บไซต์นี้ด้วย Google

Custom Search
QR Code

ถ้าชอบก็กด like (ถูกใจ) ข้างล่างนะจ๊ะ

ล็อคอิน



ออนไลน์ขณะนี้

We have 65 guests and no members online