"เป็นอะไรไปเพื่อนปื๊ด นั่งทำหน้ายังกะจิ้งจกอกหักเลย" ผมถามเจ้าปื๊ดด้วยความเป็นห่วงอย่างแรง
"หน้าเป็นยังไงเหรอไอ้ที่ว่าจิ้งจกอกหักนะ อย่าเพิ่งมากวนขาหลังตอนนี้ ยิ่งไม่ค่อยสบายใจอยู่" เจ้าปื๊ดสวนกลับตามประสาคนรักเพื่อน
"มีเรื่องอะไรนะที่ทำให้เพื่อนปื๊ดไม่สบายใจได้ ไหนลองเล่ามาให้ฟังหน่อยซิ เผื่อเราจะช่วยได้บ้าง"
"ก็สุดที่รักเรานะซิ มาโวยกับเราใหญ่เลย หาว่าเราซื้อแหวนเพชรให้สาวอื่น แล้วดูหน้าอย่างเราเป็นคนเจ้าชู้ที่ไหน ออกจะรักเดียวใจเดียว ไม่เคยคิดจะนอกใจเลย มีบ้างก็เป็นน้องเป็นนุ้งทั้งนั้น" เจ้าปื๊ดพูดหน้าตาเอาจริงเอาจัง แบบไม่ลืมหลอดมุก
"แล้วเค้าไปว่าแบบนี้ได้ไงละ ช่วยขยายความหน่อยซิ" ผมถามด้วยความสงสัย
"ก็เค้าเห็นในรายการค่าใช้จ่ายของบัตรเครดิตนะซิ เกือบสามหมื่นเลยละ เราก็ไม่รู้ว่าเราไปรูดซื้อตอนไหน จะว่าคนมาขโมยไปรูดก็ไม่น่าเป็นไปได้นะ บัตรอยู่ที่เราตลอดเลย"
"แอบละเมอไปรูดเป็นทุนการศึกษาให้น้อง ๆ คนไหนบ้างรึปล่าว" ผมแซวเจ้าปื๊ดเล่น
"ทำมาเป็นรู้ทันนะ เรื่องแบบนี้เค้าไม่ทิ้งร่องรอยให้จับได้หรอก อิอิ ว่าแต่ว่ามันจะเกิดขึ้นได้ยังไงบ้าง เราแน่ใจนะว่าเราไม่ได้รูดแน่นอน" เจ้าปื๊ดสวนกลับแบบยังไม่ยอมทิ้งลาย
"ถ้าจะคุยเรื่องนี้ ต้องคุยกันยาวเลยเพื่อน ว่าแล้วก็ไปเรียกแม่คุณของเพื่อนปื๊ดมาด้วยดีกว่า จะได้ฟังทีเดียว"
เมื่อทั้งสองคนมานั่งเข้าที่คอยฟังเรียบร้อย ผมก็เริ่มบทศิลาณีประสานใจให้เพื่อนปื๊ดแบบใช้หลักวิชาการเป็นเครื่องมือช่วย แล้วก็เริ่มต้นแก้ตัวให้เพื่อนปื๊ด
"เคยได้ยินภัยจากบัตรเครดิตกันบ้างป่าว" ผมถามทั้งสองคน
"เคยเห็นแว็บ ๆ จาก Forword Mail นะ แต่มันไม่ค่อยน่าสนใจเหมือนรูปกะคลิป เลยไม่ได้อ่านเลยเพื่อน" เจ้าปื๊ดรีบตอบอย่างกระตือรือร้น "โอ๊ยๆๆๆ" เสียงเจ้าปื๊ดร้องลั่นเมื่อโดนลูกหยิกพิฆาตของแม่คุณเข้าอย่างจัง ผมแอบยิ้มเล็กน้อยในความทะเล้นของเพื่อน และความเหมาะสมของคนทั้งคู่ (ต้องแบบนี้ละถึงจะเอาเจ้าปื๊ดอยู่หมัด)
"เอาละมาเข้าเรื่องเลยดีกว่า ช่วยทำหน้าซีเรียสนิดนึงเพื่อนปื๊ด จะเข้าเรื่องแบบวิชาการแล้ว" ผมแซวเจ้าปื๊ด แต่เมื่อมองหน้าเจ้าปื๊ดแล้วก็อดขำไม่ได้เพราะ พี่แกทำหน้าซีเรียสเคร่งเครียดสุด ๆ แถมยังเจ้ากี้เจ้าการให้คุณเธอตั้งใจฟังผมให้ดี ๆ ด้วย
"เดี๋ยวนี้ภัยจากบัตรเครดิตมาในหลายรูปแบบ พอจะสรุปแบบที่เข้าใจได้ไม่ยากเป็น 4 วิธีด้วยกัน ก็คือ
วิธีแรก เค้าเรียกว่า การทำ Skimming โดยใช้เครื่อง Skimmer"
"แล้วกิมมิ่ง กิมเมอร์นี้มันเป็นไงอะ" เจ้าปื๊ดถามแบบทำหน้างง ๆ
"ใจเย็นเพื่อน เอาแบบเข้าใจง่าย ๆ ก็คือ เวลาที่เราให้พนักงานไปรูดบัตรเพื่อจ่ายเงินซื้อของ เค้าก็จะมีเครื่องรูดอีกเครื่องนึงที่เรียกว่า เครื่อง Skimmer ไว้รูดเพื่อเก็บข้อมูลของบัตรเราไว้ เพื่อนำไปถ่ายข้อมูลใส่ในบัตรอีกใบนึง แล้วปลอมบัตรให้เหมือนของเราเปี๊ยบ แล้วถึงจะรูดบัตรจ่ายเงินให้เราปกติ ซึ่งวิธีการนี้ต้องมีการรู้เห็นกันระหว่างพนักงานกับเจ้าวายร้ายที่ต้องการปลอมบัตรเครดิตเรา หรือถ้าจะให้ทันสมัยขึ้นมาอีกหน่อยก็จะดักจับข้อมูลเกี่ยวกับบัตรเครดิตที่สายสัญญาณที่เชื่อมระหว่างร้านค้ากับผู้ให้บริการบัตรเลยหละ ซึ่งวิธีการนี้เราจะป้องกันค่อนข้างยากมาก เพราะฉะนั้นเวลาจ่ายด้วยบัตรเครดิต ก็ต้องดูให้ดีพยายามอย่าให้คลาดสายตา แล้วต้องคอยเช็คยอดการใช้บัตรอย่างสม่ำเสมอด้วย เพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด"
"อืมม พอจะเข้าใจ" เจ้าปื๊ดพยักหน้า "เข้าใจยังจ๊ะคนสวย" เจ้าปื๊ดหันไปถามแฟนแบบหน้าระรื่น
"อีกวิธีนึงวิธีที่สอง เป็นวิธีที่เจ้าวายร้ายต้องการเพียงเลขรหัสบัตรเครดิตเรา เพื่อนำไปซื้อของหรือจดชื่อเว็บไซต์ทางอินเตอร์เน็ต (Domain Name) เพราะวิธีการจ่ายเงินผ่านทางอินเตอร์เน็ตต้องการเพียงหมายเลขบัตรเครดิตและวันหมดอายุของบัตรเท่านั้น ซึ่งวิธีการได้มาของเลขรหัสบัตรเครดิตอาจทำได้หลายวิธีเช่น ดูจากใบสลิปบัตรเครดิตของเรา หรือถ้าขยับวิธีขึ้นมาหน่อย ก็จะปลอมเป็นพนักงานของธนาคารแกล้งโทรมาคุยเรื่องต่าง ๆ แล้วหลอกถามเลข 3 ตัวท้ายที่เค้าเรียกว่า "Indent-Printed Account Number" ดังนั้นเราต้องระมัดระวังใบสลิปบัตรเครดิตและเลขรหัสบนบัตรไว้ให้ดี ถ้าเป็นสลิปก็อย่าทิ้งเพ่นพ่าน นำมาทำลายที่บ้านได้ยิ่งดี แล้วในส่วนของธนาคารแล้ว ส่วนใหญ่ธนาคารจะไม่มีนโยบายถามเลขรหัสบัตรหรือข้อมูลบัตรผ่านทางโทรศัพท์แน่นอน"

ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ thaiall.com
ผมมองหน้าทั้งคู่นั่งฟังแบบตั้งใจ ก็เลยว่าต่อ
"เอาละมาดูวิธีที่ 3 เค้าเรียกว่า ฟิชชิ่ง"
"บัตรเครดิต มันเกี่ยวอะไรกับตกปลาละ" เจ้าปื๊ดรีบถามแย้งแบบงง ๆ
"ใจร้อนจริง ๆ เพื่อนเรา ไอ้เจ้าฟิชชิ่งที่ว่าเนี้ยะสะกดว่า "Phishing" ออกเสียงคล้าย ๆ กับคำว่า "Fishing" ที่แปลว่าตกปลา วิธีการที่ว่าก็คือ พวกจอมวายร้ายจะทำเว็บไซต์ให้คล้าย ๆ กับเว็บไซต์ของธนาคารหรือเป็นเว็บไซต์สำหรับขายของ เพื่อหลอกให้เรากรอกข้อมูลเกี่ยวกับบัตรเครดิตลงไป แล้วจึงนำข้อมูลดังกล่าวไปทำบัตรปลอมหรือไปใช้ซื้อของทางอินเตอร์เน็ตอีกต่อนึง ซึ่งวิธีการนี้อาจมาในรูปของอีเมลล์ด่วนจากทางธนาคาร เมื่อเรากดตามลิงค์ที่ให้มาก็จะไปเจอหน้าเว็บไซต์คล้ายกับของธนาคารมาก ด้วยความไม่เฉลียวใจเราเลยให้ข้อมูลเค้าทุกอย่างเลย เพราะฉะนั้น เวลาซื้อของทางอินเตอร์เน็ตต้องดูให้ดีว่าเว็บไซต์ที่ว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน หรือถ้ามีอิเมลล์มาจากธนาคารก็ให้เราติดต่อตรงกับทางธนาคารเลยดีกว่า อย่าเผลอไปให้เค้าหลอกได้"
"ส่วนวิธีสุดท้ายนี้ต้องใช้พวกมือโปรที่จะเข้าไปขโมยข้อมูลบัตรเครดิตจากธนาคาร หรือจากเว็บไซต์ที่เราเข้าไปซื้อของ ซึ่งทางธนาคารหรือเจ้าของเว็บไซต์ต้องพึงระวังเอาไว้มาก ๆ"
"เป็นไงบ้างพอจะเข้าใจกันบ้างรึป่าว" ผมถามทั้งสองคนเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ
"อืมม เราต้องโดนตอนรูดการ์ดซื้อของแน่เลย ต่อไปต้องระวังให้มาก ๆ แล้วละ" เจ้าปื๊ดพูดแล้วหันไปทางสุดที่รัก "เห็นไหมว่าปื๊ดหนะเป็นคนรักเดียวใจเดียว ไม่เคยเจ้าชู้เลย" เจ้าปื๊ดพูดแบบน่าระรื่น ผมเห็นเธอแอบค้อนเจ้าปื๊ดเล็ก ๆ
เมื่อเคลียร์ปัญหาให้เพื่อนได้แล้ว ผมก็อิ่มท้องฟรีไปหนึ่งมื้อ แล้วก็ขอตัวกลับบ้านเพื่อไปพักผ่อนให้สบายอารมณ์ เจ้าปื๊ดเดินมาส่งผมที่หน้าบ้าน
"ขอบคุณมากเลยเพื่อน ที่ช่วยให้เรารอดตายมาได้ ต่อไปเราต้องระวังมาก ๆ แล้วละ แต่นึกไปนึกมาในวิกฤตก็มีโอกาสอยู่เสมอจริง ๆ ไว้ต่อไปเวลาแอบไปรูดการ์ดซื้อของให้น้อง ๆ ทั้งหลายจะได้มีข้ออ้างได้ว่า เราโดนขโมยใช้บัตรเครดิต อิอิ" เจ้าปื๊ดทำหน้าทะเล้น ผมก็อดขำไม่ได้ในความทะเล้นของเพื่อน ก็ได้แต่ภาวนาว่า ถ้ามีครั้งต่อไปก็ให้เพื่อนปื๊ดอยู่รอดปลอดภัยนะเพื่อน
ที่มา: เขียนลงในนิตยสาร eXray Magazine ไว้นานแล้วเหมือนกันนะ แต่ก็ยังใช้ได้อยู่

We have 65 guests and no members online